โรคภาวะอิ่มง่ายกว่าปกติ Early Satiety

โรคภาวะอิ่มง่ายกว่าปกติ Early Satiety อาการอิ่มเร็ว คือความรู้สึกอิ่มหลังจากรับประทานอาหารไปเพียงไม่กี่คำ บางคนอาจรู้สึกคลื่นไส้และอยากอาเจียน จนทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง อาการนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมีปัจจัยการเกิดหลายประการ เช่น อายุ น้ำหนัก สิ่งที่พึ่งรับประทานเข้าไป และจำนวนมื้อที่รับประทานต่อวัน

อาการอิ่มเร็วอาจไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วง หากไม่มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย แต่หากประสบอาการนี้เรื่อย ๆ อาจทำให้ขาดสารอาหาร หิวกระหาย และทำให้การสมานตัวของบาดแผลไม่ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังอาจเป็นสัญญาณของภาวะสุขภาพร้ายแรงต่างๆ ตั้งแต่แผลบนเยื่อบุ โรคเบาหวาน ไปจนถึงโรคมะเร็ง

สาเหตุของอาการอิ่มเร็ว อาการอิ่มเร็ว อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้

-ภาวะกล้ามเนื้อกระเพาะทำงานน้อยลง (Gastroparesis) ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีอาหารตกค้างในกระเพาะนานกว่าที่ควรเป็น ส่วนมากเป็นผลจากโรคเบาหวาน (Diabetes) ที่สร้างความเสียหายกับเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร แต่บางครั้งอาจพบสาเหตุของภาวะนี้จาก
-โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease)
-โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis)
-โรคอะโนเร็กเซีย (Anorexia)
-โรคบูลิเมีย (Bulimia)
-การผ่าตัดลำไส้
-มะเร็ง (Cancer) อาการอิ่มเร็วมักเป็นผลข้างเคียงจากโรคและการรักษามะเร็ง อาการร่วมที่สังเกตได้ชัด คือน้ำหนักลด อะโนเร็กเซีย และการรับรสเปลี่ยนไป
-กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable Bowel Syndrome (IBS)) โรคนี้เป็นภาวะผิดปกติที่ส่งผลต่อลำไส้ใหญ่ และทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปวดท้อง ท้องอืด ท้องร่วง ท้องผูก

สาเหตุอื่นๆ หากพบอาการอิ่มเร็วร่วมกับอาการอาเจียน อาหารไม่ย่อย อุจจาระมีสีดำ เจ็บหน้าอก กลืนลำบาก หายใจลำบาก น้ำหนักเพิ่มหรือลด อาจเกิดจากสาเหตุดังนี้
-แผลในกระเพาะอาหาร
-โรคกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease (GERD))
-โรคทางออกกระเพาะอาหารอุดตัน (Gastric Outlet Obstruction)
-ท้องผูก
-ท้องมาน (Ascites)
-ตับโต

อิ่มเร็วแบบไหนที่อันตราย
หากมีอาการอิ่มเร็วหลังรับประทานอาหารบ่อยครั้ง และเกิดร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

-อาเจียนทั้งมีและไม่มีเลือดปน
-อุจาระสีดำเข้มคล้ายก้อนถ่าน
-ปวดช่องท้อง
-หนาวสั่นหรือมีไข้

อิ่มเร็ว คล้ายเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ความจริงต้องไม่นิ่งนอนใจ
อาการอิ่มเร็วมีความคล้ายคลึงกับอาการอื่นๆ เช่น ท้องอืด ปวดท้อง และเบื่ออาหาร แพทย์จึงต้องซักถามประวัติสุขภาพ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือดเพื่อนับจำนวนเม็ดเลือดและวัดน้ำตาลในเลือดเป็นอันดับแรก หากพบอาการอื่นร่วมด้วย แพทย์อาจจัดการทดสอบเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

Upper Gastrointestinal Series (UGI) เพื่อตรวจหาสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อกระเพาะอาหารทำงานน้อยลงด้วยการเอกซเรย์
การส่องกล้องกระเพาะอาหารส่วนต้น (Upper Endoscopy) เพื่อตรวจระบบทางเดินอาหารด้วยการสอดกล้องขนาดเล็กเข้าไป
การสแกนอัลตราซาวด์ช่องท้อง เพื่อตรวจอวัยวะต่างๆ ในท้อง
การตรวจอุจจาระเพื่อหาภาวะเลือดออกในลำไส้
Gastric Emptying Scintigraphy เพื่อติดตามว่าอาหารออกจากกระเพาะไปยังลำไส้ได้เร็วเพียงไหน
SmartPill เพื่อดูว่าอาหารแล่นผ่านระบบย่อยได้เร็วเพียงไหน
การทดสอบ Gastric Emptying Breath เพื่อคำนวณว่ากระเพาะอาหารใช้เวลากำจัดอาหารได้เร็วเพียงใด

This entry was posted in News.