โฆษกจีนลั่น “แล็บไวรัสอู่ฮั่น” สมควรได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์

ท่ามกลางกระแสของนานาชาติที่เรียกร้องให้รัฐบาลจีนเปิดเผยข้อมูลปฐมภูมิของการพบการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ 2019 อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ทว่าเรื่องดังกล่าวทางการจีนก็ยังไม่อาจให้ความชัดเจนได้ แม้ว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทางการจีนจะเปิดให้คณะผู้ตรวจสอบนานาชาติจากองค์การอนามัยโลก ลงพื้นที่เมืองอู่ฮั่น อันเป็นเมืองแรกที่พบการระบาดของโควิด-19 แต่ทว่านักวิทยาศาสตร์ที่ร่วมทีมตรวจสอบของอนามัยโลก ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ทางทีมไม่อาจมีอิสระในการตรวจสอบมากพอ ทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลปฐมภูมิของการระบาดในช่วงแรกได้ รวมถึงข้อมูลที่ทีมอนามัยโลกได้รับนั้นยังคงต้องมาจากเจ้าหน้าที่ทางการจีนโดยส่วนใหญ่

ความคลุมเครือของต้นกำเนิดไวรัสในอู่ฮั่น กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งหลังจากที่สื่อดังในสหรัฐฯ “เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล” นำเสนอรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงว่า พบเจ้าหน้าที่แล็บอู่ฮั่นอย่างน้อย 4 คน ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการปอดอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอาการป่วยของโรคติดเชื้อโควิด กระทั่งต่อมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่งให้เครือข่ายหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกส่วน ทบทวนรายงานการสอบสวนต้นกำเนิดของเชื้อดังกล่าวใหม่ พร้อมขีดเส้นความชัดเจนภายใน 90 วัน

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลปักกิ่งแสดงความไม่พอใจอย่างมาก โดยโจมตีบรรดาชาติตะวันตกว่าพยายามทำให้โรคระบาดนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ ล่าสุดในการแถลงข่าวประจำวันของกระทรวงการต่างประเทศจีน นาย จ้าว ลี่เจียน (Zhao Lijian) โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ได้ระบุในตอนหนึ่งของการแถลงเมื่อ 17 มิ.ย. ว่า “แม้ลำดับจีโนมทางพันธุ์กรรมของไวรัสโควิด-19 จะถูกระบุพบครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าต้นกำเนิดของเชื้อไวรัสจะถูกสร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์จีน”

“แทนที่เราจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทีมนักวิทยาศาสตร์ของสถาบันวิจัยอู่ฮั่นสมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ด้วยซ้ำ ในการศึกษาเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด”

โฆษกจีนยังตอบโต้อีกว่า “จีนได้ตอบรับคำขอของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติในภารกิจตรวจสอบที่เปิดกว้าง โปร่งใส และให้ความร่วมมือ โดยมีการจัดใหเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการความปลอดภัยทางด้านชีวภาพ การตรวจสอบในภาคสนาม รวมถึงสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น มีการอภิปรายเชิงลึกอย่างตรงไปตรงมา และอ้างอิงตามหลักวิทยาศาสตร์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญนานาชาติกับเจ้าหน้าที่จีนที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญนานาชาติได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการห้องปฏิบัติการ ข้อมูลจำเพาะของงาน และความคืบหน้าล่าสุดในการวิจัยไวรัส”

โฆษกจีน ยังได้ตั้งคำถามเรื่องต้นกำเนิดของไวรัสกลับไปยังรัฐบาลวอชิงตันว่า “จีนเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับความพยายามในการติดตามแหล่งกำเนิดทั่วโลก ตอนนี้คำถามคือ สหรัฐฯ มีความมั่นใจและเต็มใจที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติมาที่ห้องปฏิบัติการ Fort Detrick (อันเป็นหน่วยวิจัยด้านชีวภาพของกองทัพ) หรือไม่ เราหวังว่าสหรัฐฯ จะทำตามแบบอย่างของจีน และร่วมมือกับอนามัย ในการศึกษาการสืบค้นกลับต้นทางด้วยทัศนคติที่อิงวิทยาศาสตร์เป็นหลัก เพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาคมระหว่างประเทศ”

ด้านเว็บไซต์โกลบอลไทมส์ สื่อกระบอกเสียงของปักกิ่ง รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาห้องปฏิบัติการวิจัยเชื้อไวรัสโควิด ได้ถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลความสำเร็จด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ Chinese Academy of Sciences อันเป็นสถาบันการศึกษาแห่งชาติด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติจีน แต่อย่างไรก็ตาม สถาบันดังกล่าวถือเป็นหน่วยงานแม่ของสถาบันวิจัยไวรัสวิทยาอู่ฮั่นอยู่แล้ว

This entry was posted in News.