เหตุผลที่ต้องใช้ Social Listening Tools ในการทำการตลาดออนไลน์

เหตุผลที่ต้องใช้ Social Listening Tools ในการทำการตลาดออนไลน์ นักการตลาด และเจ้าของกิจการในยุคดิจิทัลที่ต้องการใช้เครื่องมือเพื่อค้นหา เก็บรวบรวมข้อมูลบนโลกออนไลน์มาใช้ในการสร้างกลยุทธ์ อาจมีข้อสงสัยว่า Social Listening Tools คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรในการทำการตลาดในปัจจุบัน

Social Listening Tools คืออะไร?
Social Listening Tools ถ้าแปลความหมายแบบตรงตัวคือ เครื่องมือการฟังเสียงทางสังคม สามารถอธิบายให้เข้าใจโดยทั่วไปได้ว่า “เครื่องมือเทคโนโลยีที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล รวมถึงการสนทนาของคนที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เช่น Social media, Forum และWebsite เป็นต้น”

การทำงานของ Social Listening Tools
การใช้งานเครื่องมือ Social Listening Tools ในการเก็บข้อมูลจะต้องใส่ “Keyword” เข้าไปในระบบ เพื่อที่ระบบจะได้ทำการเก็บข้อมูลจาก Keyword ที่เราป้อนลงไป แล้วนำมาแสดงผลค่ะ

ตัวอย่างการใส่ Keyword ใน Mandala Analytics
“Keyword” ที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลจะเป็นคำหรือวลีก็ได้ ตัวอย่างเช่น

รองเท้า: เครื่องมือจะทำการเก็บข้อมูลของรองเท้าทุกประเภท

รองเท้าส้นสูง: เครื่องมือจะทำการเก็บข้อมูลเฉพาะรองเท้าส้นสูงเท่านั้น

รองเท้า+ผู้หญิง: เครื่องมือจะทำการเก็บข้อมูลรองเท้าที่มีการระบุคำว่าผู้หญิงในข้อความ โดยที่คำว่า “รองเท้า” และ “ผู้หญิง” ไม่จำเป็นต้องต่อท้ายกัน รวมถึงการสลับตำแหน่งก่อนหลังระหว่างคำว่า รองเท้า และผู้หญิงได้เช่นกัน

หลายคนที่ยังไม่เคยรู้จัก หรือใช้งานเครื่องมือ Social Listening Tools มาก่อนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วการใส่ Keyword เข้าไปในเครื่องมือจะสามารถทำให้ค้นพบข้อมูลอะไรที่มีประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาแผนการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพหรือเหนือกว่าคู่แข่งอย่างไรได้บ้าง

1. ดูข้อมูลของแบรนด์ และคู่แข่ง

บนเครื่องมือ Social Listening Tool อย่าง Mandala Analytics สามารถใช้ Keyword แยกตามประเภทของแบรนด์ เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างแบรนด์ตัวเอง และแบรนด์คู่แข่งได้

จากตัวอย่างในหน้า Dashboard ของ Mandala Analytics จะทำให้แบรนด์ชานม Tiger Sugar และFire Tiger เปรียบเทียบกันได้ว่าภายในระยะเวลาตั้งแต่ 1 มี.ค. – 1 พ.ค. 2021 แบรนด์ไหนมียอดการมีส่วนร่วมของคน (Engagement) เช่น การกดไลก์, อีโมจิ, คอมเมนต์, แชร์ หรือดูวิดีโอ มากกว่ากัน และมาจากช่องทางโซเชียลมีเดียช่องทางไหนมากที่สุด

จะเห็นได้ว่าแบรนด์ Fire Tiger มี 115,394 Engagement ซึ่งมากกว่าแบรนด์ Tiger Sugar ที่มี 50,307 Engagement แสดงว่าการทำการตลาดของแบรนด์ Fire Tiger ในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถกระตุ้นให้คนเข้ามาสนใจชานมได้มากกว่า ถ้าหากตัวคุณเองเป็นนักการตลาดของแบรนด์ Tiger Sugar ก็สามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าแบรนด์ Fire Tiger นั้นทำการตลาดอะไรบ้างในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้เช่นกัน

เปรียบเทียบยอดการพูดถึง (Mention) และการมีส่วนร่วม (Engagement) ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของแบรนด์ กับคู่แข่ง เพื่อหาโอกาสในการทำคอนเทนต์ดึงดูดลูกค้าจากช่องทางนั้น และพัฒนาแผนการในการทำคอนเทนต์ในช่องทางต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้า

ดูกิจกรรมทางการตลาดที่คู่แข่งทำบนโซเชียลของแบรนด์เอง และการโฆษณาร่วมกับเพจอื่น ๆ รวมถึงเรียนรู้เคสที่ประสบความสำเร็จ และไม่และสบความสำเร็จจากการทำการตลาดของคู่แข่ง แล้วนำมาปรับกลยุทธ์ในการทำการตลาดแบรนด์ตัวเอง

2. ฟังเสียง และความต้องการของผู้บริโภค

บนโซเชียลที่มีข้อความมากมายมหาศาล เครื่องมือ Mandala Analytics สามารถสรุปข้อมูลมาให้แบรนด์ทราบถึงจำนวนความคิดเห็นด้านบวก และลบที่คนที่คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นแบบรวดเร็ว รวมถึงแสดงวันที่เกิดความความคิดเห็นด้านลบมากกว่าปกติบวกกับระดับความรุนแรงของความเห็นด้านลบเพื่อให้แบรนด์เข้าไปหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นได้ และทำการแก้ไขปัญหาได้ทันทีก่อนจะลุกลามจนเสียลูกค้าไป

ตัวอย่างของแบรนด์ Fire Tiger เมื่อกดเข้าไปดูความคิดเห็นด้านลบจะเห็นได้ว่ามีคอมเมนต์ของลูกค้าเกี่ยวกับราคาที่แพง และรสชาติที่ไม่อร่อย ถ้าแบรนด์ทราบถึงความคิดเห็นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์อย่างรวดเร็วแล้วก็จะสามารถรีบพัฒนาสูตรไข่มุกให้ตอบโจทย์ความต้องการ และสร้างกลยุทธ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่จะซื้อ เป็นต้น

3. พัฒนาคอนเทนต์ให้โดนใจลูกค้า

ถ้าแบรนด์อยากรู้ว่าคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับชานมแบบไหนที่คนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยสูง ๆ ก็สามารถค้นหาข้อมูลโดยใช้คำว่า “ชานม หรือชานมไข่มุก” เพื่อดูภาพรวมคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับชานมทั้งหมด

แบรนด์สามารถค้นพบโพสต์ชานมที่มีการมีส่วนร่วมสูงในช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งหมดได้ง่าย ๆ จากฟังก์ชัน Mention Console ใน Mandala Analytics แล้วทำการศึกษารูปแบบการใช้คำพูดบรรยาย, เทคนิคการถ่ายภาพ, การออกแบบโปสเตอร์, โปรโมชัน รวมถึงเพจที่ใช้โปรโมท ในการพัฒนาคอนเทนต์ชานมของแบรนด์ตัวเอง ตัวอย่างจากเพจ “กินหนม” เช่น การทำรีวิวรสชาติชานมทั้งหมดในร้าน เพื่อให้ลูกค้าที่ไม่เคยลองอยากลองกิน อยากลองซื้อกินมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Keyword & Hashtag ที่ช่วยให้แบรนด์ค้นพบคำที่ถูกใช้ในโพสต์ชานมจำนวนมาก ซึ่งแบรนด์สามารถใช้คำพวกนี้ไปใส่ในโพสต์ และHashtag เพื่อเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเจอร้านบนโซเชียลมีเดีย และซื้อชานมจากแบรนด์เรามากขึ้น

4. หาอินฟลูเอนเซอร์ที่ตอบโจทย์

บนโลกออนไลน์ที่มีอินฟลูเอนเซอร์เป็นจำนวนมาก Mandala Analytics สามารถช่วยคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์จากช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เรียงตามเพจที่มีการทำคอนเทนต์แล้วเกิดยอดการมีส่วนร่วมของคนเข้ามา หรือเพจที่มีการผลิตคอนเทนต์เกี่ยวกับคำค้นหาที่ใช้มากที่สุด

ตัวอย่างเช่น การค้นหาอินฟลูเอนเซอร์สำหรับโปรโมทชานม จะเห็นได้ว่ามีเพจรีวิว, คนมีชื่อเสียง และเพจที่เป็นแบรนด์ชานมเองติดเข้ามาใน top10 แบรนด์สามารถใช้เพจเหล่านี้ดูว่าเหมาะสมที่จะใช้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีคุณภาพหรือไม่ เช่น

5. ติดตามเทรนด์

ฟังก์ชัน COSMOS TREND ใน Mandala Analytics จะช่วยนักการตลาดเกาะติดกระเเส Trends ต่างๆ บนโลก โซเชียลมีเดียทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศแบบเรียลไทม์ เพื่อที่นักการตลาดสามารถค้นพบเรื่องที่คนกำลังให้ความสนใจ, Insight ที่น่าสนใจ หรือความต้องการของคนไปสร้างสรรค์คอนเทนต์ หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ติดตามในการสร้างการมีส่วนร่วม ดึงดูดให้คนเข้ามาติดตาม และสร้างโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการมากขึ้น

This entry was posted in News.