ซูเปอร์มาร์เกตดิจิทัล “ไร้มนุษย์” ในชนบทสวีเดน เปิดมา 3 ปี ขายดีคึกคัก ขยายแล้ว 30 สาขาทั่วประเทศ

โบกมือลาจากผู้บริโภคกันไปร้านแล้วร้านเล่าสำหรับกิจการขายของชำในพื้นที่ชนบทต่างๆ ของสวีเดน เพราะไม่สามารแก้ปัญหารายได้ต่ำหรือกระทั่งขาดทุนสูง ในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา จำนวนของร้านตั้งแต่ระดับซูเปอร์สโตร์ ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อเล็กๆ จิ๋วๆ หดตัวลงจากที่เคยมีจำนวนกิจการรวมได้ 7,169 ร้านในปี 1996 ก็ทยอยหายหน้าไป พอมาถึงปี 2020 ตัวเลขลดลงมาเป็น 5,180 ร้าน

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้คนในบรรดาหมู่บ้านไกลปืนเที่ยงต้องเดินทางกันหลายสิบกิโลเมตร เพื่อจะซื้ออาหารเครื่องดื่มและของใช้ทั้งปวง

และแล้ว…ร้านขายของชำแนวใหม่ไฉไลกว่าเดิมได้สะพรั่งขึ้นแทนที่ ภายใต้แบรนด์ต่างๆ เช่น ร้านลิฟว์ส (Lifvs) ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เกตในตู้คอนเทนเนอร์สวยงามด้วยตัวเรือนไม้ มีไฮเทคโนโลยีมาช่วยงานค้าขายได้อย่างน่าทึ่ง แต่สิ่งที่ไม่มีคือ พนักงานแม้สักคนเดียว พร้อมกันนี้โชห่วยซูเปอร์มาร์เกตแบบนี้มีล้อ เผื่อว่ากระแสตอบรับในหมู่บ้านแรกไม่แรงเพียงพอ ก็จะเคลื่อนตัวไปทดลองตลาดในหมู่บ้านอื่นๆ ได้

ดีมานด์ในหมู่บ้านมีเยอะ รอร้านใหม่มาเปิดซึ่งต้องแก้ปัญหายอดขายยอดกำไรให้ได้

ในหมู่บ้านเวคโฮล์มของเมืองเอนโคปิง หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่สองสามร้อยคน และห่างไกลจากกรุงสตอกโฮล์มประมาณ 80 กิโลเมตร ร้านขายของชำแห่งสุดท้ายได้ปิดกิจการไป 10 กว่าปีมาแล้ว และร้านสะดวกซื้อขนาดจิ๋วที่ปั๊มน้ำมันแห่งเดียวของหมู่บ้านก็ปิดประตูลั่นดานตายสนิทเมื่อปีครึ่งที่ผ่านมา

ชาวบ้านจึงไม่มีทางเลือก จะต้องขับรถไปหาซื้อข้าวของจากซูเปอร์มาร์เกตที่ใกล้ที่สุด ซึ่งก็ต้องขับรถกันไม่น้อยกว่า 30 นาที

และแล้วในเดือนกรกฎาคม 2020 ร้านขายของชำนามว่า “ลิฟว์ส” ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เกตด้วยระบบดิจิทัล ได้ผุดขึ้นมาเสนอขายสินค้ากว่า 500 รายการ ในหมู่บ้านเวคโฮล์ม โดยระบบดิจิทัลของร้านลิฟว์ส สื่อสารกับลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันง่ายๆ บนโทรศัพท์มือถือของลูกค้า นับตั้งแต่การเปิดประตูไปจนถึงการชำระค่าสินค้า

ทั้งนี้ ความแตกต่างที่ทรงคุณค่าของร้านลิฟว์ส คือ การไม่มีพนักงานในร้านแม้เพียงคนเดียว ซึ่งหมายถึงการลดต้นทุนของร้านได้อย่างมากมาย

ร้านลิฟว์สแสนสวยถูกหย่อนลงมาปักหลักกลางท้องไร่ เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน โดยซูเปอร์มาร์เกตในตู้คอนเทนเนอร์ทำด้วยไม้แลดูอบอุ่นเป็นกันเองขนาด 20 ตารางเมตร เสนอขายสารพัดสินค้าหลายร้อยรายการ ทั้งผัก ผลไม้ สแนก ขนมปังกรอบ เวเฟอร์แท่ง นม น้ำ เนย แยม ไส้กรอก เบค่อน โดยลูกค้าบางคนแอบบ่นว่า รู้สึกแปลกๆ ที่เดินเข้าร้านแล้วไม่รู้จะเอ่ยปากทักคุยกับใคร เพราะไม่ได้เจอะเจอมนุษย์ แม้แต่แคชเชียร์สักคนหนึ่ง

“ย้อนหลังไปไม่นานนี้เอง เราไม่มีอะไรในย่านนี้เลยค่ะ พวกเราส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่คิดถึงร้านรวงเคยแวะมาซื้อหาของใช้ได้สะดวกกันทั้งนั้น” จิวเลีย เรย์ บอกเอเอฟพี เธอเป็นคนเลี้ยงผึ้งในหมู่บ้านเวคโฮล์ม

“มีร้านลิฟว์สอยู่ที่นี่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากนะคะ” จิวเลียคุยกับเอเอฟพี พลางเลือกซื้อสินค้า และนำผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งของเธอเติมให้เต็มหิ้ง

“พวกผมมาแวะร้านนี้ มาซื้อสิ่งของที่ต้องการกันอาทิตย์ละ 3 ครั้งครับ” ลูคัส เอดมัน เป็นอีกคนหนึ่งที่ให้สัมภาษณ์เอเอฟพี ลูคัสเป็นช่างที่เพิ่งมาทำงานในแถบนี้ไม่กี่สัปดาห์

“ของเขาแพงอยู่บ้างล่ะครับ แต่ไม่เป็นไร ผมจ่ายราคานี้ได้เพราะไม่ต้องขับรถไปหาซื้อจากร้านข้างนอก” ลูคัส กล่าว

ส่วนที่ฮัมเมล์สตา ชุมชนของผู้คนหนึ่งพันรายในป่าสนของเมืองเอนเคอปิง จังหวัดอัปซาลา ก็มีซูเปอร์มาร์เกตลิฟว์สไปเปิดบริการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ทั้งนี้ ฮัมเมล์สตา ซึ่งอยู่ห่างกรุงสตอกโฮล์มประมาณ 69 กิโลเมตร ไม่มีร้านขายของชำมาเนิ่นนานกว่า 3,ปี และชาวบ้านก็แฮปปี้กันทีเดียวที่ได้รับความสะดวกจากร้านลิฟว์ส

“ตั้งแต่ที่ดิฉันมาอยู่ที่นี่ พวกเราไม่มีร้านค้าให้อาศัยได้เลยค่ะ” เอ็มมา ลุนด์ควิสต์ สาววัย 31 ปี ซึ่งมาแต่งงานตั้งครอบครัวอยู่กับแฟนหนุ่มที่ฮัมเมล์สตาเมื่อ 3 ปีกว่าที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์แก่บีบีซี

“เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องขับรถเข้าตัวเมืองเพื่อซื้อของอร่อยอย่างนี้แล้วล่ะค่ะ” เอ็มมาพูดพลางชี้ไปที่แพกเบค่อนซึ่งเธอแวะมาซื้อจากร้านลิฟว์ส

ชีวิตยุคดิจิทัล ต้องทำธุรกิจด้วยเทคโนโลยีชาญฉลาด สุดยอดประหยัด และปลอดภัย

เครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เกตขนาดมินิของลิฟว์ส นำเทคโนโลยีมาใช้ตั้งแต่การเปิดบานประตู จดจนการชำระเงินค่าสินค้าอย่างปลอดภัย

อเล็กซานเดอร์ วิดลุนด์ หนุ่ม 29 ปี พนักงานบริษัทด้านการประมงในฮัมเมล์สตา หยิบโทรศัพท์มื่อถือสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋ากางเกง แล้วทำการล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันด้วยหมายเลขแบงก์ไอดี และเพียงแตะเบาๆ บนหน้าจอมือถือก็สามารถเปิดประตูเข้าซูเปอร์มาร์เกตลิฟว์สได้ ทั้งนี้ วิธีการแห่งโลกดิจิทัลให้ความมั่นใจแก่เจ้าของร้าน เพราะร้านค้ารู้จักลูกค้าทุกรายที่ใช้แอปสื่อสารกับร้าน และให้ความสะดวกแก่ลูกค้า เพราะจะเข้าร้าน ณ เวลาดึกดื่นวิกาลเพียงใดก็ได้ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องพกเงินสดหรือบัตรเครดิตติดกระเป๋าด้วย

อเล็กซานเดอร์ สามารถสแกนดูข้อมูลสินค้าได้ด้วยการคลิกบนแอปหนึ่งครั้ง แล้วเขาหยิบกล่องบรรจุพิซซ่าและขวดเครื่องดื่ม ทำการชำระค่าสินค้าด้วยการสแกนบนแอปในมือถือ พอสแกนปั๊บ ข้อมูลจะถูกเชื่อมไปยังบัญชีธนาคารและผ่านระบบตรวจสอบตัวตนที่ร้านลิฟว์ส ขี้นทะเบียนไว้ ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยป้องกันโจรกรรม

เพียงเท่านั้นก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการชำระเงิน โดยอยู่ภายใต้การจับจ้องของกล้องสอดส่องเพื่อความปลอดภัย 1 ตัว

เห็นดีมานด์รออยู่ในชนบท และทำกำไรได้เพราะคุมต้นทุนให้ต่ำ เปิดมา 3 ปี ขยายเป็น 30 ร้านแล้ว

เมื่อทศวรรษ 2000 ที่ผ่านมา สถานการณ์ธุรกิจของร้านขายของชำในสวีเดนไม่สู้ดีเอาเลย จำนวนของร้านขายของชำล้วนแต่ลดน้อยถอยลงกันทั่วหน้า กระทั่งว่าในปี 2010 จำนวนของร้านระดับซูเปอร์สโตร์ ลงไปจนถึงร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ลดฮวบเหลือไม่ถึง 3,500 ร้านทั่วประเทศ จากที่เคยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 7,169 ร้านในปี 1996

ยิ่งถ้าเป็นพวกร้านโชห่วยในพื้นที่ห่างไกลด้วยแล้ว อัตราการปิดกิจการสูงทีเดียว โดยสาเหตุส่วนใหญ่ก็ละม้ายสถานการณ์ในทุกที่ของยุโรป คือ การขาดแคลนกำไร

แดเนียล ลุนท์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งเครือซูเปอร์มาร์เกตแบรนด์ “ลิฟว์ส” โดยเล็งเห็นความต้องการซื้อข้าวของเครื่องใช้ปรากฏมหาศาลอยู่ในชุมชนห่างไกลตัวเมืองซึ่งล้วนแต่ไม่มีร้านขายของชำให้บริการกันแล้ว ทั้งนี้ ลิฟว์สเริ่มเปิดร้านตั้งแต่ปลายปี 2018

แดเนียล บอกเอเอฟพีว่า ในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ได้เปิดร้านขายของแบบไม่มีพนักงานประจำร้าน ขึ้นในพื้นที่ชนบทห่างไกลต่างๆ 20 ร้านทั่วประเทศ และอีก 10 กว่าร้านในตัวเมืองหลายแห่งของสวีเดน รวมแล้วมากกว่า 30 ร้าน โดยเลือกเปิดร้านเฉพาะในพื้นที่ที่ยังไม่มีร้านขายของชำกันเลย

“การที่เราจะดึงให้ราคาสินค้าที่เสนอขายต่อผู้ซื้อไม่ให้สูง เราต้องสามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงานของเรานะครับ นั่นหมายถึงว่าเราต้องคุมค่าเช่าพื้นที่ จึงเป็นเหตุให้ร้านลิฟว์สมีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ไม่ใช่แค่นั้น เรายังควบคุมค่าจ้างพนักงานด้วยครับ” ผู้บริหารรูปหล่อและเจ้าปัญญาอย่างแดเนียล ลุนท์ คิดสะระตะไว้อย่างรอบด้าน

ลิฟว์สกำหนดแผนจะเปิดซูเปอร์มาร์เกตไร้พนักงานขายอีกหลายร้อยจุดในสวีเดนภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และจะเปิดสักหนึ่งล็อตที่หลายประเทศช่วงต้นปีหน้าด้วย เช่น อังกฤษ สเปน โปรตุเกส และเยอรมนี ลิฟว์สให้สัมภาษณ์แก่บีบีซีไว้อย่างนั้น

ทั้งนี้ เฉพาะในเมืองเอนโคปิง ลิฟว์สกระจายซูเปอร์มาร์เกตแบบนี้อยู่ในหมู่บ้านต่างๆ รวม 4 หมู่บ้าน โดยหนึ่งในนั้นก็คือหมู่บ้านเวคโฮล์มแห่งนี้ โดยมีผู้จัดการร้านคอยดูแลในเรื่องต่างๆ อยู่ 1 คน ได้แก่ โดเมนิกา เกอร์ลาค ซึ่งจะหมุนไปเวียนไปคอยเติมสินค้าขึ้นชั้นวาง ตลอดจนดูแลความสะอาดเรียบร้อยสัปดาห์ละครั้ง

เป็นทั้งจุดขายของที่จำเป็นต้องกินต้องใช้ และเป็นจุดพบปะของชาวบ้าน

สวีเดนเป็นหนึ่งในดินแดนที่ใช้ชีวิตดิจิทัลกันทั้งประเทศ สถิติปี 2019 แสดงให้เห็นว่า 92% ของผู้คนในสวีเดนใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ในเวลาเดียวกัน ซูเปอร์มาร์เกตที่ให้บริการแก่ประชากรชาวดิจิทัลทั้งปวงก็มีอยู่มากหน้าหลายแบรนด์ ทั้งร้านลิฟว์ส ไปจนถึงร้านออโตแมต ร้าน 24 ฟู้ด โดยดำเนินการอิงอยู่กับแนวบริหารจัดการที่ไร้คนขาย การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขายของพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า

ปีเตอร์ บุ๊ก นายกเทศมนตรีแห่งเมืองเอนโคปิง ตั้งข้อสังเกตขำๆ ว่าขณะที่ซูเปอร์มาร์เกตแบบร้านลิฟว์สเป็นซูเปอร์มาร์เกตไร้มนุษย์ ซึ่งมาผงาดเป็นยูนิตสวยงามเก๋นิดๆ หรูหน่อย ในบรรยากาศแบบสแตนด์อะโลนอยู่บนท้องทุ่งโล่งๆ แบบว่าไม่มีบริบทแวดล้อม แต่ในทางปฏิบัติ ร้านแบบนี้กลับกลายเป็น “จุดนัดพบ” สำหรับผู้คนในชุมชนไกลปืนเที่ยงอย่างนี้

“เรามากันที่นี่ มาเติมน้ำมันรถ แล้วก็แวะเข้าร้านลิฟว์ส หาของทานของใช้ ถ้ามีคนอยู่ในร้านเราก็ยืนรอคิวนอกร้าน พร้อมกับคนอื่นๆ ซึ่งก็ได้คุยเพลินๆ กันไปนะคะ” จิวเลีย เรย์ เล่าบรรยากาศหน้าร้านลิฟว์สให้เอเอฟพีได้เห็นภาพ

ภัยโรคระบาดโควิด-19 จึงมาช่วยย้ำถึงผลพลอยได้จากการมีซูเปอร์มาร์เกตขนาดกะทัดรัด ซึ่งถูกจำกัดจำนวนผู้เข้าร้านไว้อย่างเคร่งครัดตามมาตรการระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจาย เพราะถ้าไม่มีเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุนให้ต่ำจัดๆ ซูเปอร์มาร์เกตยุคดิจิทัลก็จะไม่สามารถมาผุดขึ้นในย่านชนบทดั่งที่ร้านของชำอื่นๆ เคยโบกมือลาไปด้วยว่าไม่อาจยืนหยัดสถานการณ์ต้นทุนสูงกว่าผลกำไรได้ไหว

ทั้งนี้ ทางการสวีเดนกำหนดอัตราลูกค้าเข้าร้านค้าไว้ที่ 20 ตารางเมตร ต่อจำนวนลูกค้า 1 ราย

“บ้านคุณแม่ดิฉันอยู่ในย่านนี้ พอมีร้านลิฟว์สใกล้บ้าน คุณแม่ก็พอจะมาหาซื้อของได้ไหวค่ะ ก่อนหน้านี้ คุณแม่ไม่ได้ไปไหนเลย เพราะร้านอื่นๆ จะอยู่ไกลกว่านี้เยอะค่ะ” จิวเลีย เรย์ เล่าถึงคุณแม่วัย 75 ปี ซึ่งยังพอจะขับรถได้ แต่ไม่อยากเสี่ยงขับออกถนนใหญ่แล้ว

“ร้านลิฟว์สเป็นตัวช่วยแสนดีสำหรับคุณแม่ค่ะ”

This entry was posted in News.